Home KGI Head office 02-658-8888
eTrading  helpdesk
 02-658-8777
 Night session Desk 02-658-8111
SITEMAP TEXT SIZE AA   ENGLISH THAI
Stock ticker
บริการของเรา - ธุรกิจตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

การเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถเลือกเปิดได้ทั้งแบบผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด และแบบซื้อขายเองทางอินเตอร์เน็ต

 

เอกสารประกอบการเปิดบัญชี

ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทฯ เพื่อให้จัดส่งเอกสารสำหรับการเปิดบัญชีไปให้ลูกค้า โดยขอให้ลูกค้าแจ้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้กับทางบริษัทฯ เอกสารที่ลูกค้าต้องทำการกรอกและลงลายมือชื่อ มีดังนี้

เอกสาร
ลงลายมือชื่อ
 1. แบบฟอร์มคำขอเปิดบัญชี
1 จุด
 2. สัญญาแต่งตั้งตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
1 จุด
 3. เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
1 จุด
 4. หนังสือให้ความยินยอมในการฝากทรัพย์สิน
1 จุด
 5. ใบสมัครขอหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ATS
1 จุด
 6. แบบทดสอบความเข้าใจเพื่อเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส
1 จุด
 7. บัตรตัวอย่างลายมือชื่อ (มี 2 ใบให้ลงลายมือชื่อใบละ 2 จุด)
4 จุด
 8. สำเนาเอกสารประกอบการเปิดบัญชี
เอกสารทุกหน้า
(ลงลายเซ็นต์ตามเครื่องหมาย x)

ส่วนการตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด(   มหาชน)  โทร. 02-658-8555 Fax: 02-658-8658

ลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) แล้ว (ต้องการเปิดบัญชีฟิวเจอร์สเพิ่มเติม)
  กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า เพื่อให้จัดส่งเอกสารเปิดบัญชีฟิวเจอร์สไปให้
เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชี
 
บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
สำเนาบัตรประชาชน / บัตรข้าราชการ
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาบัญชีธนาคารประเภทใดก็ได้ย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อประกอบการพิจารณาวงเงิน (ควรมีเงินในบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท)
หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ)
สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุเลขที่บัญชีที่จะให้ทำการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันที่เปิดกับธนาคารใดธนาคารหนึ่งตามที่ระบุด้านล่าง
หนังสือรับรองการผ่านการอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ค่าอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท

บุคคลธรรมดาสัญชาติอื่นๆ
สำเนาหนังสือเดินทาง
สำเนา Work Permit / Visa
สำเนาบัญชีธนาคารประเภทใดก็ได้ย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อประกอบการพิจารณาวงเงิน (ควรมีเงินในบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท)
สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุเลขที่บัญชีที่จะให้ทำการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) ตามธนาคารที่ระบุด้านล่าง
หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ)
หนังสือรับรองการผ่านการอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ค่าอากรแสตมป์ จำนวน 30 บาท

หมายเหตุ : ลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อยู่แล้วและเปิดบัญชียังไม่เกิน 1 ปีลูกค้าไม่ต้องแนบ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัญชีธนาคาร (บริษัทจะพิจารณาวงเงินที่เหมาะสมให้โดยจะพิจารณาแบ่งวงเงินสำหรับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจากวงเงินเดิมที่ลูกค้ามีอยู่)

นิติบุคคล
สำเนาหนังสือรับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล
รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 รายแรกซึ่งมีอายุย้อนหลังไม่เกิน 1 ปี
งบการเงินย้อนหลัง 1 ปี
สำเนาใบอนุญาตประกอบการ
ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท
สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจ
สำเนามติจากที่ประชุมของกรรมการที่มีอำนาจ
ค่าอากรแสตมป์ จำนวน 30 บาท
   

เอกสารประกอบการเปิดบัญชี

การฝากเงินและหลักประกัน

การฝาก/เพิ่มหลักประกัน ลูกค้าจะต้องโอนเงิน/เช็คเข้าบัญชี "บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำกัด" โดยหลังจากฝากเงินเรียบร้อยแล้ว ให้ลูกค้าแฟกซ์หลักฐานการนำฝากเงิน เช่น Pay-in slip, slip ATM มายังเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลบัญชีซื้อขาย โดยระบุชื่อของลูกค้า เลขที่บัญชีที่ใช้ในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และจำนวนเงินที่นำฝาก

บัญชีธนาคารที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) ได้ มีดังนี้
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารนครหลวงไทย
ธนาคารยูโอบี
ธนาคารธนชาต

หมายเหตุ : กรณีฝากหลักประกันด้วย "เช็ค" ต้องรอให้เรียกเก็บเงินตามเช็คได้ก่อนจึงจะสามารถซื้อขายได้

เลขที่บัญชีธนาคารสำหรับการฝากหลักประกัน และการเรียกหลักประกันเพิ่ม

ธนาคาร - สาขา เลขที่บัญชี
ธนาคารกสิกรไทย - สาขาสำนักพหลโยธิน บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 099-1-07300-0
ธนาคารกรุงเทพ - สาขาสีลม บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 101-3-33010-3
ธนาคารยูโอบี - สาขาสาธร บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 047-1-03569-1
ธนาคารไทยพาณิชย์ - สาขาถนนวิทยุ บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 049-3-11045-6
ธนาคารกรุงไทย - สาขานานาเหนือ บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 000-6-04577-4
ธนาคารนครหลวงไทย - สาขาสำนักงานใหญ่ บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 001-1-14104-0
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา - สาขาเพลินจิต บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 001-0-10883-5
ธนาคารธนชาต - สาขาสีลม บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 002-3-00097-4


หมายเหตุ : ลูกค้าควรเปิดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินฝากหรือถอนหลักประกันผ่านระบบบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ATS (Automatic Transfer System) ซึ่งการดำเนินการขอใช้ ATS ของธนาคารนั้นจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วันขึ้นอยู่กับขั้นตอนการดำเนินงานของธนาคารนั้นๆ อย่างไรก็ดีเพื่อทำให้การขออนุมัติการใช้ ATS รวดเร็วยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถนำแบบฟอร์มการขอใช้ ATS ไปให้ธนาคารสาขาที่ท่านขอใช้บริการทำการตรวจสอบ / อนุมัติ (Verify) ก่อน จากนั้นจึงนำเอกสารมาส่งให้บริษัทฯ ในกรณีที่ลูกค้ามีบัญชี ATS ของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อยู่ก่อนแล้วลูกค้าสามารถใช้บัญชี ATS ที่มีอยู่เดิมได้

การส่งหลักฐานการโอนเงิน

หลังจากลูกค้าได้โอนเงินเรียบร้อยแล้วให้ลูกค้าทำการติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดของตนเองเพื่อแจ้งโอนเงินเพื่อวางหลักประกัน พร้อมทั้งส่งสำเนาหรือ Fax หลักฐานการโอนเงิน ให้เจ้าหน้าที่การตลาดเพื่อดำเนินการต่อไป

การวางหลักประกันขั้นต่ำ 100,000 บาท

ทางบริษัทฯ กำหนดเงินประกันขั้นต่ำที่ลูกค้าต้องฝากเข้ามาเป็นหลักประกันขั้นต้นเท่ากับ 100,000 บาท


สัญลักษณ์ที่ใช้ซื้อขายฟิวเจอร์สรายตัว

ตัวที่ 1-3 S50 หมายถึงดัชนี SET50
ตัวที่ 4 X หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สนั้นครบกำหนดสัญญา (เดือนที่ต้องซื้อขายดัชนี)

F

G

H

J

K

M

N

Q

U

V

X

Z

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.


ตัวที่ 5-6 0Y หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สนั้นครบกำหนดสัญญา (เดือนที่ต้องซื้อขายดัชนี)

ตัวอย่างเช่น ซื้อ S50M07 หมายถึงซื้อฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดสัญญาเดือนมิถุนายนปี 2007

สัญลักษณ์ที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขายฟิวเจอร์สแบบส่วนต่าง (Spread)*

ตัวที่ 1-3 S50 หมายถึงดัชนี SET50
ตัวที่ 4 W หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สระยะสั้นครบกำหนดสัญญา
ตัวที่ 5-6 0X หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สระยะสั้นครบกำหนดสัญญา
ตัวที่ 7 Y หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สระยะยาวครบกำหนดสัญญา
ตัวที่ 8-9 0Z หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สระยะยาวครบกำหนดสัญญา

ตัวอย่างเช่น ซื้อ S50M07U07 หมายถึงซื้อฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดสัญญาเดือนมิถุนายน ปี 2007 และขายฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดเดือนกันยายน ปี 2007

ตัวอย่างหน้าจอที่ใช้ซื้อขายฟิวเจอร์สรายตัว



ตัวอย่างหน้าจอที่ใช้ซื้อขายฟิวเจอร์สแบบส่วนต่าง (Spread)



การส่งคำสั่งซื้อขาย

ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งทางโทรศัพท์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดและส่งคำสั่งทางอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง โดยที่จำนวนเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันตามประเภทของการเปิดฐานะ มีดังนี้

Outright Position ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ (Long) หรือขาย (Short) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว ต้องวางหลักประกันขั้นต้น 50,000 บาท ต่อการสั่งซื้อ/ขาย 1 สัญญา
Inter - month Spread Position ถ้าลูกค้าซื้อ (Long) และขาย (Short) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2 สัญญาที่ครบกำหนดอายุต่างเดือนกัน หลักประกันขั้นต้นที่ท่านต้องวางจะลดลงเหลือเพียง 25% ของ 50,000 บาท ซึ่งก็คือเท่ากับ 12,500 บาท ต่อการสั่งซื้อ/ขาย Spread 1 คู่

ประเภทของคำสั่งซื้อขายหลัก
Limit Order คือ คำสั่งเพื่อซื้อหรือเพื่อขายสัญญาฟิวเจอร์สโดยมีการระบุราคาและ ระยะเวลาที่แน่นอน
MP (Market Price) คือ คำสั่งที่ต้องการซื้อหรือขายในทันทีที่ระดับราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
Stop Order คือ คำสั่งที่ลูกค้ากำหนดจุด Trigger ว่าถ้าราคาซื้อขายในตลาดแตะถึงจุดนี้ ให้ส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบตามราคาตลาด คำสั่งนี้จะมีประโยชน์มาก เนื่องจากลูกค้าสามารถลดความเสียหายที่เกิดจากการซื้อขายฟิวเจอร์สได้เช่น ถ้าลูกค้าซื้อฟิวเจอร์สไว้ที่ราคา 550 จุด ลูกค้าย่อมต้องการให้ราคาฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้น แต่ถ้าราคากลับปรับตัวลดลง กำไรที่คาดว่าจะได้ก็กลายเป็นขาดทุนได้ ลูกค้าสามารถจำกัดขาดทุนนี้ได้โดยการส่งคำสั่งขาย Stop Order เอาไว้
ตัวอย่างเช่น SELL S50U06 MP ถ้า Bid ≤ 530 นั่นคือ กำหนด Trigger Point ที่ราคา Bid ≤ 530 จุดก็คือ ถ้าราคา Bid ของฟิวเจอร์สเดือนกันยายนตกลงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 530 เมื่อไหร่ ระบบจะส่งคำสั่งขายให้ลูกค้า ณ ราคาตลาดทันที
Stop Limit Order คือ คำสั่งที่ลูกค้าสามารถกำหนดจุด Trigger ว่าถ้าราคาซื้อขายในตลาดแตะถึงจุดนี้ ให้ส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบตามราคาที่ระบุไว้ คำสั่งนี้คล้ายกับ Stop Order เพียงแต่ลูกค้าสามารถระบุราคาที่ลูกค้าต้องการขายแบบเฉพาะเจาะจงได้เลย

ตัวอย่างเช่น SELL S50U06 529.90 ถ้า Bid ≤ 530 นั่นคือ กำหนด Trigger Point ที่ ราคา Bid ≤ 530 จุดก็คือ ถ้าราคา Bid ของฟิวเจอร์สเดือนกันยายนตกลงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 530 เมื่อไหร่ ระบบจะส่งคำสั่งขาย S50U06 ที่ราคา 529.90 เข้าไปในระบบ


ตารางเงินหลักประกัน

ประเภทของมาร์จิ้น นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน

หลักประกันขั้นต้น

50,000 บาท

35,100 บาท

หลักประกันรักษาสภาพ

35,000 บาท

26,000 บาท

หลักประกันขั้นต้น - Spread

12,500 บาท

8,800 บาท

หลักประกันรักษาสภาพ - Spread

8,750 บาท

6,500 บาท


หลักประกันที่สำคัญ

หลักประกันขั้นต้น (Initial Margin)
เป็นหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องมีก่อนการเปิดฐานะซื้อหรือขายเพื่อครอบคลุมต้นทุนที่อาจเกิดขึ้น จากการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อันเป็นผลจากการเคลื่อนไหวของราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในหนึ่งวัน
เวลาวางหลักประกัน : วางหลักประกันก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย
จำนวนหลักประกันต่อหนึ่งสัญญา : 50,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 12,500 บาท สำหรับ Inter-month Spread Position
หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin)
เป็นระดับหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องดำรงไว้ หากเงินประกันลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพขั้นต้น ลูกค้าจะต้องนำเงินประกันมาวางเพิ่ม เพื่อให้หลักประกันกลับไปอยู่ในระดับของหลักประกันขั้นต้น ทั้งนี้เพื่อมิให้มีการสะสมการขาดทุนจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ยังมีภาระผูกพันอยู่ เกินกว่าหนึ่งวัน
เวลาวางหลักประกัน : วันทำการถัดมาก่อน 13.00 น. (T+1)
จำนวนหลักประกันรักษาสภาพต่อหนึ่งสัญญา : 35,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 8,750 บาท สำหรับ Inter - month Spread Position
หลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะ (Force Closed Margin)
หากเงินประกันลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะ ลูกค้าจะต้องนำเงินประกันมาวางเพิ่ม เพื่อให้หลักประกันกลับไปอยู่ที่ระดับหลักประกันขั้นต้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรง
เวลาวางหลักประกัน : ลูกค้าควรวางเงินประกันทันทีก่อนที่ระดับของเงินประกันจะลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะ
จำนวนหลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะต่อหนึ่งสัญญา : 15,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 3,750 บาท สำหรับ Inter - month Spread Position
หลักประกันเกินปกติ (Super Margin)
เป็นระดับหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องมีเพื่อครอบคลุมต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอนุพันธ์ หรือตลาดหุ้นต่างประเทศเปิดทำการ แต่ตลาดอนุพันธ์ของประเทศไทยปิดทำการ
เวลาวางหลักประกัน : วันทำการก่อนหน้าวันหยุดพิเศษ และวันทำการถัดจากวันหยุดพิเศษ ก่อน บมจ. ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) เปิดซื้อขาย
จำนวนหลักประกันเกินปกติ : จะแจ้งเรียกเก็บตามความจำเป็น

การ Mark to Market

ทางบริษัทฯจะคำนวณส่วนต่างของราคาอ้างอิงรายวันของสัญญาฟิวเจอร์สในวันนั้นๆ ( Fixed Rate / Daily Settlement price) เทียบกับราคาต้นทุนสัญญาฟิวเจอร์สของลูกค้า โดยหากในวันนั้นๆ เกิดกำไรขึ้น จะมีการโอนเงินกำไรที่เกิดขึ้นเข้าบัญชีของลูกค้าและหากเกิดขาดทุนขึ้น เงินจะถูกหักออกจากบัญชีของลูกค้าเช่นกัน ทำให้บัญชีของลูกค้ามีการปรับสถานะให้ตรงตามราคาตลาดทุกวัน
ในกรณีที่หลักประกันสูงกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin, IM) ลูกค้าสามารถถอนส่วนเกิน (Excess Equity) ไปใช้ได้ หรือ ใช้เป็นหลักประกันในการเปิดฐานะเพิ่มเติมได้
ถ้าหลักประกันต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin, MM) ลูกค้าต้องวางหลักประกันเพิ่มกลับไปที่ระดับหลักประกันเริ่มต้น (IM)

การคำนวณหลักประกัน

การคำนวณหลักประกันทางเดียว ( Outright)
การทำการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส โดยมีการซื้อเพียงอย่างเดียวหรือขายเพียงอย่างเดียว เรียกว่า Outright
ปัจจุบันบริษัทฯกำหนด ระดับหลักประกันทางเดียว (Outright) เท่ากับ 50,000 บาทต่อการซื้อ 1 สัญญาเช่น ลูกค้าทำการซื้อ (Long) S50M07 1 สัญญาที่ราคา 500 จุด ลูกค้าจะต้องวางหลักประกัน 50,000 บาท
การคำนวณหลักประกันแบบส่วนต่าง (Spread)
การซื้อสัญญาฟิวเจอร์สในรุ่นหนึ่ง พร้อมกับการขายสัญญาฟิวเจอร์สชนิดเดียวกันในอีกรุ่นหนึ่งในจำนวนเท่ากัน เรียกว่า Spread
ปัจจุบันระดับหลักประกันส่วนต่าง(Spread) 1 คู่ จะเท่ากับ 25% ของหลักประกันทางเดียว(Outright) 1 สัญญา
หลักประกันส่วนต่างจะนำมาใช้เมื่อลูกค้ามีฐานะในการลงทุนซื้อและขายในฟิวเจอร์สที่ส่งมอบต่างเดือนกัน เช่น ซื้อ S50M07 และขาย S50U07, ซื้อ S50Z07 และขาย S50M07
วิธีการคำนวณ จะหาจำนวนหลักประกันจากการเปิดฐานะของลูกค้าที่มีอยู่
 
ส่วนที่จับคู่กันได้ คิดเป็นหลักประกันส่วนต่าง (Spread)
ส่วนที่จับคู่ไม่ได้ คิดเป็นหลักประกันทางเดียว (Outright)


ลูกค้าสามารถถอนหลักประกันได้ต่อเมื่อจำนวนหลักประกันที่วางไว้กับบริษัทฯ เกินกว่าจำนวนหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) ที่ลูกค้าต้องดำรงและจำนวนเงินขั้นต่ำตามที่บริษัทกำหนด แต่ไม่เกินหลักประกันส่วนเกิน (Excess Equity) สิ้นสุดในวันนั้นที่คำนวณได้ จำนวนเงินขั้นต่ำที่ถอนได้แต่ละครั้งต้องไม่น้อยกว่า 10,000 บาท

หากลูกค้ามีความประสงค์จะขอถอนหลักประกัน ต้องกรอกข้อมูลและลงนามในใบคำขอถอนหลักประกัน โดยสามารถติดต่อขอแบบฟอร์มดังกล่าวได้จากเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลบัญชีของลูกค้า และต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน 1 วันทำการ โดยลูกค้าจะได้รับเงินในช่วงบ่ายของวันทำการถัดไป

ทั้งนี้ เงินประกันที่วางไว้กับบริษัทฯนั้น บริษัทฯจะคำนวณดอกเบี้ยให้จนถึงวันที่ลูกค้ามีความประสงค์จะถอนหลักประกัน

เมื่อหลักประกันของลูกค้าต่ำกว่าหลักประกันรักษาสภาพขั้นต้น (Maintenance margin) ที่ต้องดำรงไว้ตามที่บริษัทกำหนด (MM = 35,000) บริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือแจ้งการเรียกหลักประกันเพิ่มให้ท่านในวันทำการถัดไป (T+1) โดยบริษัทฯ จะดำเนินการเรียกหลักประกันให้กลับไปอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ (IM = 50,000 บาท) ด้วยวิธีการหักบัญชีลูกค้าอัตโนมัติ (ATS) ซึ่งลูกค้าต้องนำเงินเข้าบัญชีก่อน 13.00 น. ในวันทำการถัดไป (T+1)

บริษัทฯ คิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามประเภทลูกค้า ดังนี้

ลูกค้ารายย่อย
จำนวนสัญญา อัตราค่าธรรมเนียม* รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
1-5
450
481.5
6-20
350
374.5
21 ขึ้นไป
250
267.5
   
*บาท/สัญญา/ข้าง/วัน
ลูกค้า Internet
 
จำนวนสัญญา อัตราค่าธรรมเนียม* รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
1-5
450
481.5
6-20
350
374.5
21 ขึ้นไป
250
267.5
   
*บาท/สัญญา/ข้าง/วัน
ลูกค้าสถาบัน
 
จำนวนสัญญา อัตราค่าธรรมเนียม* รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
ตั้งแต่สัญญาแรก
250
267.5
   
*บาท/สัญญา/ข้าง/วัน

โดยกำหนดนิยามของลูกค้าสถาบันตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.*
ค่าธรรมเนียม/สัญญา จะคำนวณเมื่อมีการซื้อหรือขายสัญญา ทั้งที่เป็นการล้างสถานะ หรือการสร้างสถานะ รวมทั้งการล้างสถานะโดยอัตโนมัติในวันครบอายุสัญญา


หน้าหลัก | บทวิเคราะห์ | แนะนำการใช้ | บริการของเรา | เกี่ยวกับบริษัท | สมัครงาน | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  
173 อาคารเอเซีย เซ็นเตอร์ชั้น 8-11 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร : (662) 658-8888 แฟกซ์ : (662) 658-0000