HEAD OFFICE0 2658 8888 TRADING SUPPORT0 2658 8777 TH|EN
 
             
 
KGI POWER TRADE
ใหม่!! โปรแกรมซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ บนมือถือ ทั้ง iOS และ Android
 
iFIS Internet
โปรแกรมซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ออนไลน์
 
KGI RESEARCH
Research Paper, Top Chart, Market Outlook and more.
 
  
efin Stock Pick Up
The program for analysis of the stock market and derivatives .
 
Bisnews Liberty
โปรแกรมข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านอินเตอร์เน็ต
 
Aspen for browser
บริการข้อมูลและข่าวสารออนไลน์เกี่ยวกับหุ้นและกราฟเพื่อการวิเคราะห์ทางเทคนิค
 
 
KGI Securities (Thailand) PLC.
ธุรกิจและบริการ
ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์
ธุรกิจซื้อขายสัญญาล่วงหน้าฯ
ธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
ธุรกิจตราสารอนุพันธ์
อีทีเอฟ (ETF)
TTS
KGI BRIDGE
ธุรกิจค้าตราสารหนี้
ธุรกิจที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน
ธุรกิจวาณิชธนกิจ
ฝ่ายปฎิบัติการหลักทรัพย์
SET50 Index Futures

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ SET50 Index Futures Contract Specification SET50

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ SET50 Index Futures

ความหมายของ SET50 Index Futures

ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) หมายถึง สินทรัพย์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่มูลค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นที่เรียกว่า สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ตราสารอนุพันธ์มีหลายรูปแบบเช่น ในรูปแบบที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งจะเป็นการทำสัญญากันระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายที่ทำการตกลงกัน ณ วันนี้ เพื่อซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยมีการระบุประเภท จำนวน และเวลาส่งมอบสินค้ากัน ที่สำคัญคือตกลงราคากันไว้ ณ วันนี้ เพื่อนำมาใช้เป็นราคาที่ทำการซื้อขายเมื่อถึงเวลาที่ตกลงจะส่งมอบสินค้ากันในอนาคต

สัญลักษณ์ที่ใช้ซื้อขาย (Symbol) ประกอบด้วยสัญญลักษณ์ 6 ตัว เช่น S50M19

 ตัวที่ 1-3  S50 หมายถึงดัชนี SET50
 ตัวที่ 4  หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สนั้นครบกำหนดสัญญา (เดือนที่ต้องซื้อขายดัชนี)
F G H J K M N Q U V X Z
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
 ตัวที่ 5-6  หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สนั้นครบกำหนดสัญญา (เดือนที่ต้องซื้อขายดัชนี)

ตัวอย่างเช่น  Long S50M19 หมายถึงซื้อฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดสัญญาเดือนมิถุนายนปี 2019

สัญลักษณ์ที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขาย Futures แบบส่วนต่าง (Combination Order) ประกอบด้วยสัญญลักษณ์ 9 ตัว เช่น S50M19U19

 ตัวที่ 1-3  S50 หมายถึงดัชนี SET50
 ตัวที่ 4   หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สระยะสั้นครบกำหนดสัญญา
 ตัวที่ 5-6   หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สระยะสั้นครบกำหนดสัญญา
 ตัวที่ 7   หมายถึงเดือนที่ฟิวเจอร์สระยะยาวครบกำหนดสัญญา
 ตัวที่ 8-9   หมายถึงปีที่ฟิวเจอร์สระยะยาวครบกำหนดสัญญา

ตัวอย่างเช่น ซื้อ(Long) S50M19U01 หมายถึงซื้อฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดเดือนกันยายน ปี 2009 และขายฟิวเจอร์สที่ครบกำหนดสัญญาเดือนมิถุนายน ปี 2019

การคำนวณหลักประกัน

  • การคำนวณหลักประกันทางเดียว (Outright)
  • การทำการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส โดยมีการซื้อเพียงอย่างเดียวหรือขายเพียงอย่างเดียว เรียกว่า Outright
  • ปัจจุบันบริษัทฯกำหนด ระดับหลักประกันทางเดียว (Outright) เท่ากับ 10,000 บาท* (โดยประมาณ) ต่อการซื้อ 1 สัญญาเช่น ลูกค้าทำการซื้อ (Long) S50M19 1 สัญญาที่ราคา 1,000 จุด ลูกค้าจะต้องวางหลักประกัน 10,000 บาท หลักประกันมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของ TFEX อัตราหลักประกันล่าสุด คลิ๊กที่นี่

  • การคำนวณหลักประกันแบบส่วนต่าง (Spread)
  • การซื้อสัญญาฟิวเจอร์สในรุ่นหนึ่ง พร้อมกับการขายสัญญาฟิวเจอร์สชนิดเดียวกันในอีกรุ่นหนึ่งในจำนวนเท่ากัน เรียกว่า Spread
  • ปัจจุบันระดับหลักประกันส่วนต่าง(Spread) 1 คู่ จะเท่ากับ 25% ของหลักประกันทางเดียว(Outright) 1 สัญญา
  • หลักประกันส่วนต่างจะนำมาใช้เมื่อลูกค้ามีฐานะในการลงทุนซื้อและขายในฟิวเจอร์สที่ส่งมอบต่างเดือนกัน เช่น ซื้อ S50M19 และขาย S50U09, ซื้อ S50Z09 และขาย S50M19
  • วิธีการคำนวณ จะหาจำนวนหลักประกันจากการเปิดฐานะของลูกค้าที่มีอยู่
  • ส่วนที่จับคู่กันได้ คิดเป็นหลักประกันส่วนต่าง (Spread)
  • * ส่วนที่จับคู่ไม่ได้ คิดเป็นหลักประกันทางเดียว (Outright)

หลักประกันที่สำคัญ

  • หลักประกันขั้นต้น (Initial Margin)
  • เป็นหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องมีก่อนการเปิดฐานะซื้อหรือขายเพื่อครอบคลุมต้นทุนที่อาจเกิดขึ้น จากการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอันเป็นผลจากการเคลื่อนไหวของราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในหนึ่งวัน
  • จำนวนหลักประกันต่อหนึ่งสัญญา : 10,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 2,500 บาท สำหรับ Inter-month Spread Position (โดยประมาณ)
  • หลักประกันส่วนต่างจะนำมาใช้เมื่อลูกค้ามีฐานะในการลงทุนซื้อและขายในฟิวเจอร์สที่ส่งมอบต่างเดือนกัน เช่น ซื้อ S50M19 และขาย S50U09, ซื้อ S50Z09 และขาย S50M19
  • หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin)
  • เป็นระดับหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องดำรงไว้ หากเงินประกันลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพขั้นต้น ลูกค้าจะต้องนำเงินประกันมาวางเพิ่ม เพื่อให้หลักประกันกลับไปอยู่ในระดับของหลักประกันขั้นต้น ทั้งนี้เพื่อมิให้มีการสะสมการขาดทุนจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ยังมีภาระผูกพันอยู่ เกินกว่าหนึ่งวัน
  • จำนวนหลักประกันรักษาสภาพต่อหนึ่งสัญญา : 7,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 1,750 บาท สำหรับ Inter - month Spread Position
  • หลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะ (Force Closed Margin)
  • หากเงินประกันลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะ ลูกค้าจะต้องนำเงินประกันมาวางเพิ่ม เพื่อให้หลักประกันกลับไปอยู่ที่ระดับหลักประกันขั้นต้น ภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรง
  • จำนวนหลักประกันขั้นต่ำเพื่อบังคับปิดฐานะต่อหนึ่งสัญญา : 3,000 บาท สำหรับ Outright Position และ 750 บาท สำหรับ Inter - month Spread Position
  • หลักประกันเกินปกติ (Super Margin)
  • เป็นระดับหลักประกันที่ลูกค้าจะต้องมีเพื่อครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงของราคาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอนุพันธ์ หรือตลาดหุ้นต่างประเทศเปิดทำการ แต่ตลาดอนุพันธ์ของประเทศไทยปิดทำการ ซึ่งสินค้าที่เข้าข่ายต้องมีการคิดหลักประกันเกินปกติ (Super Margin) ได้แก่สินค้าที่มีการซื้อขายอ้างอิงราคาในระดับสากล เช่น ทองคำ, ยางพารา และ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น เวลาวางหลักประกัน : วันทำการก่อนหน้าวันหยุดพิเศษ และวันทำการถัดจากวันหยุดพิเศษ ก่อน บมจ. ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) เปิดซื้อขาย
  • จำนวนหลักประกันเกินปกติ : จะแจ้งเรียกเก็บตามความจำเป็น

การ Mark to Market

ทางบริษัทฯจะคำนวณส่วนต่างของราคาอ้างอิงรายวันของสัญญาฟิวเจอร์สในวันนั้นๆ ( Fixed Rate / Daily Settlement price) เทียบกับราคาต้นทุนสัญญาฟิวเจอร์สของลูกค้า โดยหากในวันนั้นๆ เกิดกำไรขึ้น จะมีการโอนเงินกำไรที่เกิดขึ้นเข้าบัญชีของลูกค้าและหากเกิดขาดทุนขึ้น เงินจะถูกหักออกจากบัญชีของลูกค้าเช่นกัน ทำให้บัญชีของลูกค้ามีการปรับสถานะให้ตรงตามราคาตลาดทุกวัน ในกรณีที่หลักประกันสูงกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin, IM) ลูกค้าสามารถถอนส่วนเกิน (Excess Equity) ไปใช้ได้ หรือ ใช้เป็นหลักประกันในการเปิดฐานะเพิ่มเติมได้ ถ้าหลักประกันต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin, MM) ลูกค้าต้องวางหลักประกันเพิ่มกลับไปที่ระดับหลักประกันเริ่มต้น (IM)

ประโยชน์จากการลงทุนใน SET50 Index Futures

  • ง่ายต่อการวิเคราะห์
  • นักลงทุนไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หุ้นรายตัวเพียงแต่คาดการณ์แนวโน้มของ SET50 Index ในอนาคตเท่านั้น จึงทำให้ประหยัดเวลาและง่ายต่อการวิเคราะห์
  • ลงทุนได้ทั้งภาวะตลาดทั้ง ขาขึ้น และ ขาลง
  • ถ้านักลงทุนคาดว่า SET50 Index จะปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนสามารถที่จะซื้อ (LONG) สัญญาฟิวเจอร์สก่อนจากนั้นค่อยขาย (SHORT) ในภายหลัง แต่ถ้านักลงทุนคาดว่า SET50 Index จะปรับตัวลดลง นักลงทุนสามารถที่จะขาย (SHORT) สัญญาฟิวเจอร์สก่อน จากนั้นค่อยซื้อ (LONG) ในภายหลังเพื่อทำกำไรผลต่างของราคาในอนาคตและราคาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  • เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
  • นักลงทุนสามารถใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้ เช่น ถ้านักลงทุนมองว่าตลาดจะเป็นขาลง นักลงทุนสามารถขาย SET50 Index Futures เพื่อกำหนดราคาขายไว้ก่อนล่วงหน้า ถ้าหากว่าราคาหุ้นของพอร์ตการลงทุนลดลงจริงตามคาด ผลขาดทุนจากตลาดหุ้น จะถูกชดเชยด้วยผลกำไรจากการลงทุนใน SET50 Index Futures
  • ค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย SET50 Index Futures ถูกกว่า
  • ตารางเปรียบเทียบวงเงินซื้อขายและค่าธรรมเนียม ( ประมาณการ)

ข้อควรระวังในการลงทุน SET50 Index Futures

  • เมื่อนักลงทุนจะซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สจะต้องมีการวางเงินประกันขั้นต้นซึ่งกำหนดไว้ 10,000 บาท (โดยประมาณ) ต่อ 1 สัญญาที่มีมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ซึ่งบริษัทจะมีการรับรู้กำไรขาดทุนแล้วทำการเพิ่ม (หากกำไร) หรือลด( หากขาดทุน) เงินประกันของของนักลงทุนทุกสิ้นวัน ดังนั้นนักลงทุนจึงควรติดตามสถานะการลงทุนของ สัญญาฟิวเจอร์สที่ตนมีอยู่และเงินประกันที่มีไว้อย่างใกล้ชิด
  • SET50 Index Futures มีวันครบกำหนดอายุทุกๆ 3 เดือน นักลงทุนควรตรวจสอบสัญญาฟิวเจอร์สในพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

ทำความรู้จักกับ SET50 Index



การคำนวณมูลค่า SET50 Index Futures

สูตรมาตรฐานในการคำนวณราคาของสัญญาฟิวเจอร์สคือ SET50 Index ในปัจจุบันบวกต้นทุนการถือครองหักด้วยผลประโยชน์จากการถือครอง

  • สมการที่ 1 แบบ Continuous
 
 
   
  • สมการที่ 2 แบบ Arithmetic
 
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดฟิวเจอร์ส
E-Mail : futures@kgi.co.th
Tel : 0 2658 8422