AUTO TRADE คืออะไร

คือ ฟังก์ชั่นใหม่ในการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ผ่านโปรแกรม KGI POWER TRADE ล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เมื่อคำสั่งเป็นไปตาม
เงื่อนไขที่ลูกค้ากำหนด ระบบจะส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ตลาดทันที โดยสามารถระบุระยะเวลาในการตั้งเงื่อนไขของแต่ละคำสั่งได้นานถึง 90 วัน

Auto Trade เทรดง่าย เพิ่มความสะดวกสบายให้นักลงทุน โดยที่ไม่ต้อง
เฝ้าหน้าจอเทรด สำหรับฟังก์ชั่นใหม่นี้ สามารถใช้งานได้ทั้งใน KGI Power Trade บน mobile application (มือถือ และ แท็บเล็ต) และ web version

การทำงานของ Auto Trade

  1. สร้างเงื่อนไขในการส่งคำสั่ง
  2. ระบุคำสั่งซื้อขายที่ต้องการส่ง
  3. เมื่อราคาตลาดปรับตัวเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ในข้อ 1
  4. ระบบจะทำการส่งคำสั่งตามที่ตั้งไว้ ในข้อ 2

  1. เข้าสู่ระบบและเปิดโปรแกรม KGI Power Trade
  2. เลือกเมนู Auto-Trade
  3. พบกับเมนูย่อย อีก 2 เมนู คือ
    Conditional Order – ใช้สำหรับสร้างเงื่อนไข และการส่งคำสั่ง

    Trigger Log – แสดงผลการทำงานของระบบ Auto Trade

    การตั้ง Conditional order เป็นการตั้งเงื่อนไข และการส่งคำสั่งซื้อขาย จากนั้นจึงทำการตั้งคำสั่งซื้อ ขายตามที่ต้องการ (สามารถดูประเภทเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “รูปแบบเงื่อนไข”) เมื่อราคาตลาดได้ปรับตัวไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ระบบจะส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ตลาดทันที โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องอยู่ที่หน้าจอ KGI Power Trade

  1. เข้าสู่ระบบ และเลือก "More" >> เลือกเมนู "Auto Trade"
  2. พบกับการทำงานของ 3 เมนูหลัก ของ Auto Trade
    Condition: หน้าสำหรับตั้งเงื่อนไข และส่งคำสั่งซื้อขาย

    Order List: หน้าสำหรับแสดงคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า ที่ตั้งไว้
    Trigger Log: หน้าสำหรับแสดงผลของการทำงาน Auto Trade

    เมื่อราคาตลาดได้ปรับตัวไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ระบบจะส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ตลาดทันที โดยที่ท่านจะได้รับแจ้งเตือนเมื่อเปิด KGI Power Trade ค้างไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่หน้าจอก็ตาม

รูปแบบเงื่อนไข

Auto-Trade มีเงื่อนไขให้ใช้ได้ทั้งหมด 7 เงื่อนไข คือ
  1. Conditional Order: Last price ≥
  2. Conditional Order: Last price ≤
  3. Conditional Order: Volume ≥ *เฉพาะ SET symbol
  4. Conditional Order: Value ≥ *เฉพาะ SET symbol
  5. Conditional Order: % Change ≥
  6. Conditional Order: % Change ≤
  7. Bracket Order: Upper price / Lower Price

โดยปกติเงื่อนไขจะมีอายุ 1 วัน แต่หากลูกค้าต้องการกำหนดระยะเวลามากกว่านั้น ลูกค้าสามารถระบุวันหมดอายุของเงื่อนไขได้ที่ช่อง Expire date โปรแกรมสามารถกำหนดระยะเวลาในการติดตามเงื่อนไขได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน (ตามวันที่ปฏิทิน)

Auto Trade มีประเภทการทำงานอยู่ 2 ประเภท คือ
  1. Once Trigger หมายถึง ภายในช่วงระยะเวลาที่ลูกค้ากำหนดให้โปรแกรมติดตามภาวะตลาดอยู่นั้น หากเงื่อนไขเกิดขึ้นแล้ว โปรแกรมจะส่งคำสั่งซื้อขายให้ จากนั้น เงื่อนไขดังกล่าวจะถือว่าทำงานเสร็จสิ้นแล้ว
  2. Daily Trigger หมายถึง ภายในช่วงระยะเวลาที่ลูกค้ากำหนดให้โปรแกรมติดตามภาวะตลาดอยู่นั้น หากเงื่อนไขเกิดขึ้นแล้ว โปรแกรมจะส่งคำสั่งซื้อขายให้ และหยุดการทำงานของเงื่อนไขในวันนั้นไว้ชั่วคราว แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะยังคงมีผลอยู่ หากในวันทำการซื้อขายถัดไป เป็นไปตามเงื่อนไขนี้อีก โปรแกรมก็จะส่งคำสั่งซื้อขายให้อีก และจะเป็นเช่นนี้ไปจนกว่าจะครบกำหนดอายุเงื่อนไขที่ลูกค้ากำหนดหรือจนกว่าลูกค้ายกเลิกเงื่อนไขนี้เอง ยกเว้นเงื่อนไขแบบ Bracket Order จะไม่สามารถใช้การทำงานประเภทนี้ได้ หากยังไม่ครบกำหนดอายุของเงื่อนไข แต่ลูกค้าต้องการยกเลิกเงื่อนไขนั้น สามารถยกเลิกเงื่อนไขนั้นได้จากหน้าจอแสดงเงื่อนไขที่ติดตามอยู่ โดยลูกค้าต้องยกเลิกเงื่อนไขด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถโทร.แจ้งให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกแทนได้

ประเภทคำสั่งซื้อขาย

Auto Trade สามารถใช้งานได้กับทั้งคำสั่งซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ได้ แต่ไม่รวมคำสั่งพิเศษของบัญชี credit balance โดยมีประเภทคำสั่งที่มีให้ใช้งาน มีดังนี้
  1. คำสั่งแบบระบุราคา โดยคำสั่งแบบระบุราคาจะกำหนดเป็นจำนวนส่วนต่าง (Tick size) จากราคาล่าสุด เช่น
    • Last + 1 tick คือ ส่งที่ราคาสูงกว่าราคาล่าสุด 1 ช่อง
    • Last คือ ส่งที่ราคาเท่ากับราคาล่าสุด
    • Last – 1 tick คือ ส่งที่ราคาต่ำกว่าราคาล่าสุด 1 ช่อง
    คำสั่งแบบระบุราคานี้ จะไม่สามารถใช้กับเงื่อนไขแบบ Bracket Order และไม่สามารถใช้กับหุ้นที่ราคาล่าสุดต่ำกว่า 1 บาท ณ ขณะที่สร้างเงื่อนไขได้
  2. คำสั่งแบบราคาตลาด จะสามารถใช้ได้เฉพาะคำสั่ง Market-to-Limit (MP-MTL) เท่านั้น โดยจะเป็นการส่งคำสั่งจับคู่ที่ราคาซื้อขายที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นทันที แต่หากจับคู่ได้ไม่ครบทั้งจำนวนที่ต้องการ โปรแกรมจะส่งคำสั่งตั้งรอตามจำนวนที่เหลือในราคาที่จับคู่ได้ล่าสุด

จากเงื่อนไขและคำสั่งที่มีใน Auto-Trade นั้น เราสามารถใช้สร้างกลยุทธ์ในการส่งคำสั่งซื้อขายได้ ดังนี้
  1. กลยุทธ์ Stop Loss ใช้ในกรณีที่มีหุ้น หรือ มีสถานะ Long Futures ในพอร์ตแล้ว และป้องกันไม่ให้เกิดการขาดทุนมากกว่าที่ยอมรับได้ และต้องการขายหุ้น หรือส่งคำสั่งปิดสถานะ ในกรณีที่ตลาดมีการปรับตัวลง เราสามารถเลือกใช้เงื่อนไข Conditional Order: Last price ≤ ในการส่งคำสั่งได้ เช่น
    • ถ้าราคาหุ้น PTT ลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ 323 บาท แล้วให้ส่งคำสั่งขายหุ้น PTT จำนวน 500 หุ้นที่ราคาตลาด ณ ขณะนั้น
      ทั้งนี้ สามารถเลือกใช้หุ้น / อนุพันธ์ หรือ ดัชนี ใดๆ เป็นเงื่อนไขก็ได้ และเลือกคำสั่งซื้อขายหุ้น หรือ อนุพันธ์ ได้ตามต้องการ เช่น
    • ถ้าราคา S50H17 ลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ 902.30 แล้วให้ส่งคำสั่ง Short – Close S50H17 จำนวน 3 สัญญา ที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาด 10 ช่อง (หรือเท่ากับ 1 จุด)
    • ถ้าดัชนี SET ลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ 1,412 จุด แล้วให้ส่งคำสั่งขาย PTT13C1705A จำนวน 1,000 หุ้น ที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดขณะนั้น 1 ช่อง
  2. กลยุทธ์ Follow Buy ใช้ในกรณีที่ต้องการจะซื้อหรือเปิดสถานะเพิ่ม เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาที่มีนัยสำคัญ และคาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อ เราสามารถเลือกใช้เงื่อนไข Conditional Order: Last price ≥ ในการส่งคำสั่งได้ เช่น
    • ถ้าราคา GF10G17 เพิ่มขึ้นเท่ากับหรือมากกว่า 23,400 บาทแล้วให้ส่งคำสั่ง Long-Open GF10G17 จำนวน 5 สัญญา ที่ราคาสูงกว่าราคาล่าสุด 5 ช่อง โดยต้องการให้ทำงานเช่นนี้ในทุกวันที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการทยอยเปิดสถานะ
  3. กลยุทธ์กำหนดจุด Take Profit และ Stop Loss ในเงื่อนไขเดียว ใช้เมื่อมีหุ้นหรือมีสถานะในพอร์ตแล้วและกำหนดจุดขายทำกำไร หรือ จุดขายตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้า หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นหรือลงไปจนแตะที่ระดับราคาใดก่อน ก็ให้ส่งคำสั่งขายหรือปิดสถานะออกไป และถือว่าการทำงานของเงื่อนไขนี้เสร็จสิ้นแล้ว เราสามารถเลือกใช้เงื่อนไข Bracket Order ในการส่งคำสั่งได้ เช่น
    • ถ้ามีการถือหุ้น PTT อยู่ที่ต้นทุน 340 บาท และต้องการขายหุ้นจำนวน 1,000 หุ้น หากราคาเพิ่มขึ้นเป็น 347 บาท หรือ หากราคาลดลงเป็น 333 บาท
    • ถ้ามีการถือสถานะ Short S50U18 ที่ต้นทุนเท่ากับ 1,124 และต้องการให้ปิดสถานะจำนวน 5 สัญญา ถ้าราคาลดลงเป็น 1,120.5 (มีกำไรแล้ว 3.5 จุด) หรือราคาเพิ่มขึ้นเป็น 1,127.5 (ขาดทุนแล้ว 3.5 จุด)
    เงื่อนไขนี้ คำสั่งซื้อขายจะถูกส่งแบบจับคู่ที่ราคาตลาดที่ดีที่สุดเท่านั้น (MTL) หากจับคู่ได้ไม่ครบทั้งจำนวนก็จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งตั้งรอที่ราคาล่าสุดที่เกิดการจับคู่ได้ ดังนั้นราคาที่จับคู่ได้อาจจะไม่ใช่ราคาเดียวกับเงื่อนไข หรือ อาจเกิดการจับคู่ได้ไม่ครบทั้งจำนวนก็ได้

  • หุ้น / ฟิวเจอร์สหรือออปชัน ที่มีสภาพคล่องต่ำบางตัว หรือหุ้นที่มีรายการซื้อขายย้อนหลังไม่เกิน 5 วันทำการ ไม่สามารถใช้ Auto Trade ได้ โดยหน้าจอจะแสดงจำนวนหุ้นที่ตั้งได้เป็นศูนย์ (0)
  • หุ้นตัวเดียวกันสามารถตั้งเงื่อนไขได้เพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้น หากต้องการตั้งเพิ่ม ลูกค้าต้องยกเลิกเงื่อนไขเดิมก่อน หรือรอให้เงื่อนไขนั้นทำงานเสร็จสมบูรณ์หรือหมดอายุ
  • หากต้องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ตั้งรออยู่ ต้องยกเลิกเงื่อนไขเดิมแล้วส่งใหม่เท่านั้น
  • Auto Trade จะตรวจเงื่อนไขก็ต่อเมื่อมีรายการซื้อขายเกิดขึ้น ดังนั้นในตลาดช่วง Pre-Open จะยังไม่มีการส่งคำสั่งออกไป และเมื่อเข้าสู่ช่วง Pre-Close ก็จะไม่มีการส่งคำสั่งเช่นกัน
  • ถ้าหากว่าราคาปิดเป็นไปตามเงื่อนไข โปรแกรมก็จะส่งคำสั่งให้ แม้ว่าคำสั่งนั้นจะถูกปฏิเสธ (Reject) เนื่องจากอยู่นอกช่วงที่อนุญาตให้ส่งคำสั่งซื้อขายแล้วก็ตาม เงื่อนไขนั้นจะถือว่าทำงานได้เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
  • คำสั่งซื้อขายที่ส่งโดยโปรแกรมอาจจับคู่ไม่ได้ ถ้า ณ ขณะที่เงื่อนไขเกิดขึ้นจริงแล้วนั้น
    • - ราคาซื้อขายที่ตั้งไว้สูงกว่า ceiling หรือต่ำกว่า floor ณ ตอนนั้น
    • - วงเงิน ณ ขณะนั้นไม่เพียงพอต่อการส่งคำสั่ง
    • - ลูกค้าขายหุ้นด้วยตนเองออกไปจนเหลือไม่พอกับจำนวนที่สั่งไว้
  • เมื่อเงื่อนไขเกิดขึ้นและโปรแกรมส่งคำสั่งออกไปแล้ว แต่คำสั่งซื้อขายได้ไม่ครบ ก็ถือว่าการทำงานของเงื่อนไขเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเงื่อนไขที่ทำงานเสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกนำออกจากหน้าแสดงเงื่อนไขในวันถัดไป ดังนั้น ลูกค้าควรตรวจสอบสถานะเงื่อนไข และสถานะคำสั่งด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ
  • กรณีที่หุ้นมีการขึ้นเครื่องหมายต่างๆ เช่น XD, XR หรือเครื่องหมายอื่นๆ ที่ทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนถึงเงื่อนไขที่ลูกค้าสร้างไว้ โปรแกรมจะส่งคำสั่งซื้อขายให้ ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาที่ลูกค้าตั้งใจไว้ก็ได้
  • ในกรณีที่เปิดรับการแจ้งเตือนไว้ จะได้รับการแจ้งเตือนสถานะคำสั่งเมื่อโปรแกรมส่งคำสั่งได้สำเร็จ และเมื่อคำสั่งเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ความเร็วของข้อความแจ้งเตือนจะขึ้นอยู่กับระบบส่งเตือนของ iOS หรือ Android ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้

  • หากต้องการส่งคำสั่งขาย แบบจำกัดการขาดทุน (Stop Loss) โดยให้จับคู่ขายได้ในราคาที่ไม่ต่ำกว่าที่ต้องการ ควรสร้างเงื่อนไขที่ราคาสูงกว่าที่ต้องการ แล้วให้ส่งคำสั่งขายแบบระบุราคา (Limit) ที่ราคาต่ำกว่าราคาล่าสุด
  • ตัวอย่าง: ถ้าต้องการขายหุ้น BBL เพื่อจำกัดการขาดทุนที่ราคา 155 บาท โดยที่ขณะนั้นมี bid-offer ในกระดาน ดังนี้
  • เงื่อนไขที่แนะนำ คือ ถ้าราคา BBL ลงมาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 155.50 ให้ส่งคำสั่งแบบระบุราคาที่ Last – 1 tick ซึ่งเมื่อถึงเงื่อนไข โปรแกรมจะส่งคำสั่งขายที่ราคา 155 บาท แต่คำสั่งอาจจับคู่ได้ที่ราคา 155.50 หรือ 155 บาท ขึ้นกับ bid – offer ณ ขณะนั้น
  • หากต้องการส่งคำสั่งขาย แบบจำกัดการขาดทุน (Stop Loss) โดยให้จับคู่ขายได้ในราคาใดก็ได้ สามารถใช้คำสั่งแบบราคาตลาด (MTL: Market-to-Limit) ได้
  • จากตัวอย่างด้านบน ถ้าต้องการขายหุ้น BBL เพื่อจำกัดการขาดทุนที่ราคาใดก็ได้เมื่อราคาเท่ากับหรือต่ำกว่า 155 บาท
  • เงื่อนไขที่แนะนำ คือ ถ้าราคา BBL ลงมาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 155 บาทให้ส่งคำสั่งแบบราคาตลาด MTL ซึ่งเมื่อถึงเงื่อนไข โปรแกรมจะส่งคำสั่งขายแบบ MTL ให้ ราคาที่จับคู่ได้จะเป็นราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น (Best-bid) ซึ่งอาจเป็นราคาใดก็ได้ที่เท่ากับหรือน้อยกว่า 155 บาท
  • แต่การจับคู่นี้ ไม่ได้ยืนยันว่าจะขายได้ครบทั้งจำนวนที่ต้องการ เนื่องจากหากราคา Best-bid ณ ตอนนั้นมีจำนวนไม่พอกับจำนวนคำสั่ง จำนวนที่เหลือจะถูกตั้งรอเสนอขาย (Offer) ที่ราคาล่าสุดที่จับคู่ได้ เช่น หากขณะที่เงื่อนไขเป็นจริงนั้น Best-bid คือ 154 บาท คำสั่งจะจับคู่ที่ 154 บาท แล้วส่วนที่เหลือจะตั้งเป็นราคาเสนอขาย (Offer) ที่ 154 บาท

คำถามที่พบบ่อย

Auto Trade เป็นการใช้งานบนโปรแกรม KGI Power Trade สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติม
บนโทรศัพท์มือถือ แนะนำให้ติดตั้งแอพพลิเคชัน KGI Power Trade ในเวอร์ชันล่าสุด

หุ้น: ส่งได้เฉพาะคำสั่งซื้อและขายเท่านั้น ไม่รวมคำสั่งแบบขายชอร์ตและซื้อคืน (Short Sell / Cover Buy) และไม่รวมคำสั่งขายหุ้นหลักประกัน (Pledge) ของบัญชีเครดิตบาลานซ์
อนุพันธ์: ส่งคำสั่งได้ปกติ แต่เมื่อเงื่อนไขทำงานแล้ว คำสั่งที่ส่งไปจะมีผลจนถึงปิดตลาดวันนั้นเท่านั้น ไม่มีผลข้ามวัน

ไม่จำกัดมูลค่าซื้อขายขั้นต่ำต่อคำสั่ง และคิดค่าคอมมิชชันเหมือนการส่งคำสั่งทางอินเทอร์เน็ตปกติ โดยมีค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ 50 บาท/วัน (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นๆ และภาษี)

Login เข้าสู่โปรแกรม KGI Power Trade ทางมือถือ
เลือกเมนู More >> Setting
ใต้หัวข้อ Message Notification เลือกให้แสดงเครื่องหมายถูก (⁄) ในกล่องหน้าข้อความ “Order”

มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ / อนุพันธ์ ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครใช้บริการที่หน้าเว็บ
หลังจากนั้น จะใช้งานได้ในวันทำการถัดไป