บัญชีหุ้น Cash Account
รายละเอียด
บัญชีเงินสด ประเภทวงเงินอนุมัติ บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติวงเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ของบริษัทฯ จากเอกสารประกอบทางการเงิน อาทิเช่น สำเนาแสดงรายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน (ล่าสุดไม่เกิน 1 เดือน) อย่างใดอย่างหนึ่ง สลิปเงินเดือนล่าสุด เป็นต้น ก่อนทำการซื้อขาย ลูกค้าต้องวางหลักประกัน เช่น เงินสด หรือ หลักทรัพย์ เป็นจำนวน 20% ของวงเงินดังกล่าว ทั้งนี้ หากหลักประกันนี้เป็นเงินสด ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยด้วย
การชำระค่าซื้อ / รับค่าขายหลักทรัพย์ บริษัทฯ ดำเนินการผ่านบัญชีธนาคารที่สมัครหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Automatic Transfer System-ATS)
| การชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ |
การรับค่าขายหลักทรัพย์ |
บริษัทจะหักค่าซื้อหลักทรัพย์ จากบัญชีธนาคารของท่าน เวลา 11.30น. ในวันครบกำหนดชำระเงิน (วันทำการที่ 2) นับวันทำการจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์ (T+2)
|
บริษัทฯจะโอนเงินค่าขายหลักทรัพย์ เข้าบัญชีธนาคารของท่าน ตั้งแต่เวลา 14.15น. ในวันที่ครบกำหนดรับเงิน (วันทำการที่ 2) นับวันทำการจากวันที่ขายหลักทรัพย์ (T+2)
|
บัญชีหุ้น Cash Balance
รายละเอียด
บัญชีแคชบาลานซ์ บัญชีที่ลูกค้าต้องฝากเงินสดเข้าบัญชีซื้อขายหุ้น ก่อนทำการซื้อหลักทรัพย์ เพื่อบริษัทฯจะเพิ่มอำนาจซื้อหลักทรัพย์
(Line Available) ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของท่านตามจำนวนเงินที่ได้ฝากเข้ามา เมื่อมีรายการซื้อ-ขาย ค่าซื้อจะถูกหักออกจากบัญชีซื้อขายนี้ เช่นเดียวกับค่าขาย ซึ่งจะถูกโอนเข้าในบัญชีซื้อขายเช่นกัน โดยเงินสดที่ฝากไว้จะได้รับดอกเบี้ยเช่นเดียวกับบัญชีเงินสด
บัญชีหุ้น Credit Balance
รายละเอียด
บัญชีเครดิตบาลานซ์ คือ บัญชีเงินกู้ ลูกค้าสามารถกู้ยืมเงินจากบริษัทเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ได้บางส่วน โดยลูกค้าวางหลักประกัน อาทิเช่น เงินสด หรือ หลักทรัพย์อื่นๆ เป็นหลักประกันการชำระหนี้ก่อนการซื้อหลักทรัพย์ครั้งแรกในจำนวนไม่ต่ำกว่าอัตรามาร์จิ้นเริ่มต้น (Initial Margin) เท่ากับร้อยละ 50 / ตามสัดส่วนที่บริษัทฯ กำหนด และลูกค้าต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ตามอัตราที่บริษัทฯ กำหนดด้วย
ทั้งนี้ วงเงินกู้ยืมสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามราคาหลักทรัพย์ที่นำมาวางเป็นหลักประกัน หากราคาหลักทรัพย์ลดลงมากๆ จนอัตรามาร์จิ้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (Maintenance Margin) ลูกค้าต้องทำการวางหลักประกันหรือถูกเรียกเงินสดเพิ่ม (Margin Call) หรืออาจถูกบังคับขายหลักทรัพย์ (Forced Sell) ที่วางเป็นหลักประกันไว้ เพื่อรักษาอัตรามาร์จิ้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติวงเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ของบริษัทฯ จากเอกสารประกอบทางการเงิน อาทิเช่น สำเนาแสดงรายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน (ล่าสุดไม่เกิน 1 เดือน) อย่างใดอย่างหนึ่ง สลิปเงินเดือนล่าสุด
เงื่อนไขการเปิดบัญชีเครดิตบาลานซ์
- ลูกค้ารับทราบถึงความเสี่ยงของการกู้ยืมเงินเพื่อขายหลักทรัพย์ และ/หรือยืมหลักทรัพย์เพื่อขายชอร์ต รวมทั้งความเสี่ยงจากการวางเงินไว้กับบริษัทฯ ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
- ลูกค้าต้องวางเงินสดก่อนการซื้อหลักทรัพย์ครั้งแรกในจำนวนไม่ต่ำกว่าอัตรามาร์จิ้นเริ่มต้น (Initial Margin) เท่ากับร้อยละ 50
- ลูกค้าต้องเปิดบัญชีหุ้นประเภทวงเงินอนุมัติ (Cash) หรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เงินฝากล่วงหน้า (Cash Balance) อย่างใดอย่างหนึ่ง
- วงเงินซื้อหลักทรัพย์และวงเงินให้ยืมหลักทรัพย์เพื่อขายชอร์ตให้เป็นวงเงินเดียวกัน
- ลูกค้าต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ 0.05 % ของวงเงินอนุมัติ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
- กรณีลูกค้าวางหลักประกันเป็นเช็ค ต้องรอให้เรียกเก็บเงินตามเช็คได้ก่อนจึงจะสามารถซื้อหลักทรัพย์ หรือขายชอร์ตได้
รายชื่อหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ซื้อขายในบัญชีเครดิตบาลานซ์ และอัตรามาร์จิ้น
คลิกที่นี่
อัตราดอกเบี้ยให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ /ดอกเบี้ยการผิดนัดชำระหนี้และดอกเบี้ยเงินสดคงเหลือ
คลิกที่นี่
หมายเหตุ บริษัทฯขอสงวนสิทธิพิจารณาอนุมัติบัญชีประเภทนี้เป็นกรณีไป
บัญชีอนุพันธ์ (Derivatives)
รายละเอียด
อนุพันธ์ คือ ตราสารทางการเงินที่มูลค่าของตราสารขึ้นอยู่กับสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Assets) และทำการซื้อขายในตลาดตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตลาด TFEX เท่านั้น โดยอนุพันธ์ที่มีซื้อขายในประเทศไทยมี 2 ประเภทหลักๆ คือ
- ฟิวเจอร์ส (Futures) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
- ออปชัน (Options) หรือสัญญาใช้สิทธิ
บัญชีตราสารหนี้
รายละเอียด
ตราสารหนี้ คือ ตราสารการเงินประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นทางเลือกในการลงทุน เป็นเครื่องมือในการระดมเงินทุนโดยการกู้ยืมเงิน โดยที่ผู้ออกตราสารหนี้จะมีสถานะเป็น ผู้กู้ หรือ ลูกหนี้ ซึ่งมีภาระหน้าที่ในการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งคือ ผู้ให้กู้ หรือ ผู้ลงทุน ตามอัตราและเวลาที่ตกลงไว้ และในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนดอายุ รวมถึงวันไถ่ถอน ตราสารหนี้ยังสามารถซื้อขายโอนเปลี่ยนมือกัน
ตราสารหนี้ที่เป็นที่รู้จักของนักลงทุนมี 3 แบบ คือ
- พันธบัตรรัฐบาล ออกโดยรัฐบาล
- ตั๋วเงินคลัง ออกโดยกระทรวงการคลัง
- หุ้นกู้ภาคเอกชน ออกโดยบริษัทเอกชน
การลงทุนในตราสารหนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ ดอกเบี้ย (Coupon) อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ทุก 3 เดือน หรือ ทุก 6 เดือน เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า ผู้ลงทุนในตราสารหนี้แบกรับความเสี่ยงไม่มากนักหากเทียบกับการลงทุนอื่นๆ บางครั้งจึงเรียกตราสารหนี้ว่า “ตราสารที่ให้รายได้ประจำ” (Fixed Income Instrument)
บัญชีกองทุนรวม
รายละเอียด
กองทุนรวม เป็นเครื่องมือการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนนำเงินลงทุนมารวมกันและมอบหมายให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการลงทุน ที่รู้จักกันคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้รับใบอนุญาต จาก ก.ล.ต. เป็นผู้บริหารจัดการเงินลงทุนก้อนนั้นตามนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางการเงินตามที่คาดหวังไว้
ทั้งนี้ บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำ กว่า 20 แห่ง โดยมีรูปแบบการให้บริการบัญชีซื้อขายกองทุน 2 รูปแบบ คือ
- บัญชี Omnibus: บริการซื้อขายกองทุนรวมผ่านบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุน แบบไม่เปิดเผยชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ทุกกองทุนจาก บลจ. ที่เคจีไอ เป็นตัวแทน
- บัญชี Selling Agent: บริการซื้อขายกองทุนรวมผ่านบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุน แบบเปิดเผยชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน
บัญชียืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)
รายละเอียด
บัญชีประเภทนี้รองรับบริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ซึ่งบริการนี้ถือเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ โดยได้รับหลักประกันซึ่งมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม และในขณะเดียวกันผู้ยืมหุ้นก็สามารถขายชอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรได้
การเปิดบัญชีลูกค้าบุคคลธรรมดาในฐานะผู้กู้ยืม
- บัญชีหุ้น Cash Account
- บัญชีหุ้น Credit Balance
- บัญชียืมหลักทรัพย์ SBL
บัญชีหุ้น LiVE Exchange
รายละเอียด
ทางเลือกสำหรับลูกค้าที่สนใจในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก SMEs และ Startups เพื่อเข้าถึงแหล่งระดมทุน โดยลงทุนผ่านตลาดทุนไทยด้วย LiVE Platform ทั้งนี้ลูกค้าต้องมีคุณสมบัติประเภทนักลงทุนรายใหญ่ ตามที่ ก.ล.ต. กำหนดและมีความรู้หรือประสบการณ์ รวมทั้งฐานะการเงิน
1. ความรู้หรือประสบการณ์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
- ประสบการณ์การลงทุนย้อนหลังในสินทรัพย์เสี่ยง หรือ
- ประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารเงินและลงทุน หรือ
- ความรู้ความเข้าใจในหลักทรัพย์ที่ลงทุนอย่างเพียงพอ หรือ
- ผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้วางแผนการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. หรือได้รับวุฒิบัตรหลักสูตรที่ ก.ล.ต. ยอมรับ
2. ฐานะการเงิน (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
- สินทรัพย์สุทธิไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท หรือ
- รายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป หรือ
- เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท หรือไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทในกรณีที่นับรวมเงินฝาก
ข้อแตกต่างการซื้อขายหลักทรัพย์ใน LiVE Exchange
| Type of Market |
LiVE Exchange |
SET & MAI |
| ประเภทนักลงทุน |
นักลงทุนรายใหญ่ตามกำหนดของ ก.ล.ต. |
นักลงทุนทุกประเภท |
| ประเภทบัญชีซื้อขาย |
Prepaid (Cash Balance) |
ทุกประเภทบัญชี (Cash Account, Cash Balance, Credit Balance) |
| วิธีการซื้อขาย |
แบบ Auction ด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติ และ แบบ Trade Report |
แบบ Continuous Trading ด้วยวิธีการจับคู่อัตโนมัติ และ แบบ Trade Report |
| ระยะเวลาการซื้อขาย |
ซื้อ-ขายวันละ 1 รอบ วันจันทร์ – ศุกร์ เปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.30 - 11.00 น. |
ช่วงเช้า ระหว่าง 09.30 – 12.30 น. ช่วงบ่าย ระหว่าง 14.00 -17.00 น. |
| การส่งคำสั่ง |
ผ่านผู้แนะนำการลงทุน หรือ อินเทอร์เน็ต |
ผ่านผู้แนะนำการลงทุน หรือ อินเทอร์เน็ต |
| การชำระราคาและส่งมอบ |
ภายในวันที่ T |
วันที่ T+2 |
| ข้อกำหนดอื่นๆ เพิ่มเติม |
ไม่มีการกำหนดราคาสูงสุด – ต่ำสุด (Ceiling & Floor) และ Circuit Breaker |
มีการกำหนดราคาสูงสุด – ต่ำสุด (Ceiling & Floor) และ Circuit Breaker |
อัตราค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียม
คลิกที่นี่
ฝ่ายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business)