ธุรกิจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

การใช้งานคำสั่ง Stop Order

การใช้งานฟังก์ชั่น Stop Order เป็นการส่งคำสั่งซื้อหรือขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แบบที่คำสั่งเมื่อส่งไปแล้วจะถูกหยุดพักรออยู่ในระบบการซื้อขายของ TFEX จนกว่าเงื่อนไขด้านราคาที่ระบุไว้ในคำสั่งเป็นไปตามที่กำหนด การวาง Order จึงจะเกิดขึ้นเพื่อรอการจับคู่ต่อไป โดยที่ผู้ใช้งานต้องระบุเงื่อนไข (Condition) และ ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Order) สามารถประยุกต์ใช้ได้ตามสถานะการณ์ ทั้งการ Follow Buy เมื่อทะลุแนวต้าน Follow Sell เมื่อทะลุแนวรับ และที่นิยมที่สุด คือการใช้ Stop Order เพื่อการ Stop Loss

Stop Order - Power Trade
Stop Order - Streaming
การใช้ Stop Order เพื่อ Stop Loss ฝั่ง Long
ส่วนประกอบของคำสั่ง Stop Order เพื่อ Stop Loss เมื่อมีสถานะฝั่ง Long
  1. ส่งคำเป็นฝั่ง Short - Close เพื่อปิดสถานะ Long
  2. ใช้เครื่องหมาย "น้อยกว่าเท่ากับ <="
    เมื่อมีสถานะฝั่ง Long หากราคาสูงขึ้น ก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่หากราคาปรับตัวลงจะขาดทุน ดังนั้นการใช้คำสั่ง Stop Order จึงใช้ในการเฝ้าระวังราคาลดลง จึงใช้เครื่องหมาย " น้อยกว่าเท่ากับ <= " โดยที่ราคาตลาดปัจจุบันสูงกว่า ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง
  3. การกำหนดราคา "ตั้ง Stop Price / Condition สูงกว่า ราคา Place Order หรือตั้งราคาส่งคำสั่งเป็น MP กรณีที่จำนวนสัญญาไม่มาก"
    การตั้งราคาเงื่อนไข (Condition) กับ ราคาส่งคำสั่ง (Order) เท่ากันนั้น สามารถทำได้แต่ไม่แนะนำ เนื่องจาก ณ ขณะที่เงื่อนไขเป็นจริง ราคาตลาดอาจจะเคลื่อนไหวรวดเร็ว ทำให้คำสั่งที่ส่งเข้าตลาดไปนั้น ไม่เกิดการ Match เช่น ตั้งราคาเงื่อนไขที่ 950 เมื่อเกิด 950 ขึ้นแล้ว จึงค่อยส่งคำสั่ง 950 เข้าไปที่ตลาด แต่ราคาขยับต่อเนื่อง ทำให้ราคาตลาดลดลงไปเรื่อย ๆ เป็น 949. 9, 949.8, 949.7 ทำให้คำสั่งที่ส่งไปที่ราคา 950 ถูกตั้งเป็น Offer ค้างไว้ ไม่ Match
คำแนะนำ: ควรตั้ง Stop Price / Condition สูงกว่า ราคา Place Order หรือใช้ MP กรณีที่จำนวนสัญญาไม่มาก
ตัวอย่าง 1. มีสถานะฝั่ง Long S50H20 จำนวน 2 สัญญา ที่ 960 ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 955 ต้องการ Stop Loss ที่ 950 โดยต้องการให้ Match ทันทีที่ราคาตลาดที่ดีสุดที่ขายได้ (MP) --> Recommend
ตัวอย่างหน้าจอ Power Trade
ตัวอย่างหน้าจอ Streaming
ตัวอย่าง 2. มีสถานะฝั่ง Long S50H20 จำนวน 50 สัญญา ที่ 960 ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 955 ต้องการ Stop Loss ที่ 950 โดยต้องการให้ Match ไม่ต่ำกว่า 950 (Limit Price) จึงควรตั้ง Stop Price / Condition (950.5) สูงกว่า ราคา Place Order (950)
ตัวอย่างหน้าจอ Power Trade
ตัวอย่างหน้าจอ Streaming
หมายเหตุ: ด้วยวิธีนี้เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง คำสั่งขาย (Short) จะถูกส่งที่ 950 แต่หากมีราคาที่ดีกว่า (สูงกว่า 950) ก็จะ Match ที่ราคาตลาดที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น แต่หาก Bid/Offer มีไม่เพียงพอกับจำนวนสัญญาที่ส่งไป จะทำให้ Match ได้ไม่ครบ และ จำนวนที่ค้างอยู่ จะถูกตั้งรอ (Offer) ที่ 950 อีกเช่นกัน
การใช้ Stop Order เพื่อ Stop Loss ฝั่ง Short
ส่วนประกอบของคำสั่ง Stop Order เพื่อ Stop Loss เมื่อมีสถานะฝั่ง Short
  1. ส่งคำเป็นฝั่ง Long Close เพื่อปิดสถานะ Short
  2. ใช้เครื่องหมาย "มากกว่าเท่ากับ >="
    เมื่อมีสถานะฝั่ง Short หากราคาต่ำลง ก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่หากราคาปรับตัวขึ้นจะขาดทุน ดังนั้นการใช้คำสั่ง Stop Order จึงใช้ในการเฝ้าระวังราคาเพิ่มขึ้น จึงใช้เครื่องหมาย "มากกว่าเท่ากับ >= " โดยที่ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ต่ำกว่า ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง
  3. การกำหนดราคา "ตั้ง Stop Price / Condition ต่ำกว่า ราคา Place Order หรือใช้ MP กรณีที่จำนวนสัญญาไม่มาก"
ตัวอย่าง 1. มีสถานะฝั่ง Short S50H20 จำนวน 2 สัญญา ที่ 960 ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 965 ต้องการ Stop Loss ที่ 970 โดยต้องการให้ Match ทันทีที่ราคาตลาดที่ดีสุดที่ขายได้ (MP)
ตัวอย่างหน้าจอ Power Trade
ตัวอย่างหน้าจอ Streaming
ตัวอย่าง 2. มีสถานะฝั่ง Short S50H20 จำนวน 50 สัญญา ที่ 960 ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 965 ต้องการ Stop Loss ที่ 970 โดยต้องการให้ Match ไม่เกินกว่า 970 (Limit Price) จึงควรตั้ง Stop Price / Condition (969.5) ต่ำกว่า ราคา Place Order (970)
ตัวอย่างหน้าจอ Power Trade
ตัวอย่างหน้าจอ Streaming
หมายเหตุ: ด้วยวิธีนี้เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง คำสั่งซื้อ (Long) จะถูกส่งที่ 970 แต่หากมีราคาที่ดีกว่า (ต่ำกว่า 970) ก็จะ Match ที่ราคาตลาดที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น แต่หาก Bid/Offer มีไม่เพียงพอกับจำนวนสัญญาที่ส่งไป จะทำให้ Match ได้ไม่ครบ และ จำนวนที่ค้างอยู่ จะถูกตั้งรอ (Bid) ที่ 970 อีกเช่นกัน